สิ่งที่คุณจะได้รับ
หน้าร้านที่ขายได้จริง โค้ดคลีน โหลดไว จัดการสต็อกและออร์เดอร์ได้เด็ดขาด
สถาปัตยกรรมเว็บโหลดเร็ว (Core Web Vitals)
หน้าสินค้าและระบบตะกร้าที่โหลดไวที่สุด เราหลีกเลี่ยง framework ที่บวมและหนักเกินจำเป็น เพื่อลดอัตราการทิ้งตะกร้า (cart abandonment) และดันคะแนน SEO ให้ติดหน้าแรก Google
Zero-Friction Checkout
ออกแบบเส้นทางการจ่ายเงินที่ลื่นไหลไร้รอยสะดุด ตัด operation ที่ซ้ำซ้อนทิ้ง เพื่อให้ลูกค้าจบการขายได้ไวที่สุด
Headless Commerce Architecture
แยกหน้าร้าน (frontend) ออกจากระบบหลังบ้าน (backend) ปลดล็อกข้อจำกัดของธีมสำเร็จรูป ปรับ UX/UI ได้อิสระ และเร็วกว่าการทำเว็บ E-commerce แบบเดิม
Deep API & Payment Integration
เชื่อมต่อ payment gateway ระบบผ่อนชำระ ระบบขนส่ง และ ERP/บัญชีขององค์กร ให้ออร์เดอร์และ data ไหลหากันอัตโนมัติ
ระบบหลังบ้านที่จัดการเองได้ 100%
เพิ่มสินค้า ตั้งค่าโปรโมชัน คูปองส่วนลด และดู report ออร์เดอร์ได้เองทั้งหมด ไม่ต้องรอให้โปรแกรมเมอร์ทำให้
เหมาะกับใคร
ถ้าธุรกิจคุณตรงกับข้อเหล่านี้ คุยกับเราได้เลย ปรึกษาฟรี
ร้านที่เว็บเดิมช้า อืด และเคยเว็บล่มตอนจัดแคมเปญ Double Day หรือมีคนเข้าพร้อมกันเยอะๆ
แบรนด์ที่อยากหนีจาก template สำเร็จรูป และต้องการประสบการณ์ซื้อที่ปรับแต่งเองได้
ธุรกิจที่ต้องการเชื่อมสต็อก บัญชี (accounting) และขนส่งให้ทำงานสื่อสารกันอัตโนมัติ
ร้านที่กำลังโต ออร์เดอร์เยอะขึ้น และต้องการสถาปัตยกรรมที่พร้อมรองรับสเกลโดยไม่สะดุด
Tech Stack
เราเลือก platform ตามขนาดร้านและความยืดหยุ่นที่คุณต้องการ ทุกตัวคือเทคโนโลยีที่ทีมเราใช้ส่งงาน production จริง
ขั้นตอนการทำงาน
วางระบบร้านจากเส้นทางซื้อจริงของลูกค้า โปร่งใสและทดสอบโหลดจริงก่อนเปิด
คุยโจทย์และประเมิน (ฟรี)
ทำความเข้าใจสินค้า ช่องทางขาย และระบบที่ใช้อยู่ สรุปแนวทาง สถาปัตยกรรม และงบประมาณเบื้องต้นภายใน 48 ชม.
ออกแบบเส้นทางซื้อ (business-backed design)
วาง UX ตั้งแต่หน้าสินค้าถึง checkout มุ่งเน้นการลดแรงเสียดทาน (friction) เพื่อให้จบการขายได้เร็วที่สุด
พัฒนาและทดสอบ (stress test)
ต่อระบบชำระเงินและ API ที่เกี่ยวข้อง ทดสอบ flow ซื้อจริง และยิงเทสโหลด (load testing) จำลองช่วงทราฟฟิกพีคก่อนเปิดใช้งาน
เปิดร้านและดูแลต่อ
deploy ขึ้น production สอนทีมงานจัดการหลังบ้าน และมีแพ็กเกจ SLA ดูแลรักษาระบบให้รันลื่นตลอดเวลา
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยก่อนเริ่มโปรเจกต์
ควรใช้ Shopify หรือ WooCommerce ดี?
ขึ้นอยู่กับขนาดและความต้องการปรับแต่งครับ Shopify ดูแลง่ายและพร้อมรับสเกลไว ส่วน WooCommerce มีความยืดหยุ่นสูงและคุมต้นทุน license ระยะยาวได้ดีกว่า เราเน้นแนะนำตามโจทย์และ data จริงของธุรกิจคุณ ไม่เชียร์ตัวใดตัวหนึ่งแบบไม่มีเหตุผล
ย้ายร้านเดิมมาได้ไหม ข้อมูลและ SEO จะพังหรือเปล่า?
ย้ายได้ทั้งหมดครับ เราดึงข้อมูลสินค้า ลูกค้า และประวัติออร์เดอร์เดิมมาให้ครบ พร้อมวางแผน 301 Redirect URL อย่างละเอียด เพื่อกันอันดับ SEO ร่วง และเราทำงานแบบขนาน (parallel) เพื่อไม่ให้ร้านคุณต้องปิดระหว่างย้ายระบบ
รับทราฟฟิกช่วงแคมเปญหนักๆ ได้แค่ไหน?
เราออกแบบสถาปัตยกรรมให้รับทราฟฟิกพีคได้สบายครับ มีการทำ caching หน้าสินค้าอย่างถูกวิธี วางระบบ edge/CDN และตั้งค่า auto-scale ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ที่สำคัญคือเรามีขั้นตอนจำลองการยิงโหลดเทส (stress test) ก่อนวันแคมเปญจริงเสมอ
เพิ่มสินค้าและทำโปรโมชันเองได้ไหม?
จัดการได้เอง 100% ครับ ระบบหลังบ้านถูกออกแบบมาให้ทีมการตลาดหรือแอดมินใช้งานง่าย ทั้งการเพิ่มสินค้า ปรับราคา จัดการคูปอง และดูสถานะออร์เดอร์ พร้อมมีการเทรนนิ่งให้ก่อนส่งมอบงาน
บริการที่เกี่ยวข้อง
บริการอื่นที่ลูกค้ามักทำควบคู่กัน